วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

หาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี

กระบวนการโปรเซส

                                              กระบวนการโปรเซส   
เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้หลายคน (multi-user computer system) และ มีการทำงานหลายงานพร้อมกัน หากงานเหล่านั้นเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกันโดยสิ้นเชิง จะไม่เกิดปัญหาใดๆ แต่ในความเป็นจริงงานเหล่านั้นต้องใช้ทรัพยากรร่วมกันไม่มากก็น้อย ดังนั้นการทำงานของงานหนึ่ง อาจมีผลกระทบทางอ้อมกับอีกงานหนึ่ง โดยผ่านทางทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน เพื่อมิให้งานต่างๆ ส่งผลกระทบกันในอันที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ จึงเป็นหน้าที่หนึ่งของระบบปฏิบัติการที่จะต้องควบคุมงานหรือสับหลีกการทำ งานของแต่ละโปรแกรมที่มาเกี่ยวข้องกัน (interaction) หน้าที่นี้เรียกว่า การเข้าจังหวะกันของโปรเซส หรือ การซิงโครไนซ์กระบวนการ (process synchronization

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เอ็นทิตี้ (Entity)

1.เอ็นทิตี้ (Entity)
เอนทิตี้ (  Entity  )  หมายถึง  ชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจเกี่ยวกับคน  สถานที่  สิ่งของ  การกระทำ  ซึ่งต้องการจัดเก็บข้อมูลไว้  เช่น  เอนทิตี้พนักงาน  สินค้า  ลูกค้า  การสั่งซื้อ  เป็นต้น
 2.  สัมพันธภาพ (Relationship)
ความสัมพันธ์  (  Relationship  )  หมายถึง  คำกิริยาที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองเอนทิตี้  เช่น
เอนทิตี้พนักงาน  และเอมทิตี้แผนก  มีความสัมพันธ์ในด้าน  “  ทำงานสังกัดอยู่ ”  นั่นคือพนักงานแต่ละคนทำงานอยู่ในแผนกใดแผนหนึ่ง  เป็นต้น
 3.  ตัวแบบข้อมูลที่สำคัญ 3 ประเภทได้แก่อะไรบ้างและมีคำอธิบายว่าอย่างไร
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นการแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลของเอนทิตี้หนึ่งว่า  มีความสัมพันธ์กับข้อมูลอย่างมาก  หรือข้อมูลกับอีกเอนทิตี้หนึ่งในลักษณะที่เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง
        กำหนดให้  A มีสมาชิก  entity  6  entity  ตามความสัมพันธ์ ( a1, a2, a3, a4, a5, a6) และ B มี entity 6 entity ตามความสัมพันธ์  ( b1, b2, b3, b4, b5 )
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง หมายถึงความว่า สมาชิกใน entity A ที่มีความสัมพันธ์กับ entity B จะมีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น เช่น กำหนดให้ entity นักศึกษามีความสัมพันธ์กับ entity อาจารย์แสดงว่านักศึกษาหนึ่งคน จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน ในทางกลับกันก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาหนึ่งคนจะต้องมีนักศึกษาได้ 1 คนซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง
 ความสัมพันธ์แบบ หนึ่งต่อกลุ่ม                                                           
       ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม เช่น นักศึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นต้น   หมายความว่า  entity ใน A มีความสัมพันธ์กับสมาชิก entity B แบบหนึ่งต่อกลุ่ม เช่น กำหนดให้ entityอาจารย์ที่ปรึกษา มีความสัมพันธ์กับ entity นักศึกษา แบบหนึ่งต่อกลุ่ม  แสดงว่า  อาจารย์หนึ่งคน  สามารถมีนักศึกษาในสังกัดได้มากกว่าหนึ่งคน  แต่นักศึกษาจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น

ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม
        ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม  เช่นนักศึกษากับวิชาที่ลงทะเบียนเรียน
        หมายความว่า  สมาชิกใน  entily  A  มีความสัมพันธ์กับสมาชิกใน entily  B  แบบกลุ่มต่อกลุ่ม  ตัวอย่างเช่น  กำหนดให้  entily  นักศึกษา  มีความสัมพันธ์กับ  entily  วิชาที่ลงทะเบียน  แบบกลุ่มต่อกลุ่มแสดงว่านักศึกษาหนึ่งคนสามารถลงทะเบียน
  เรียนได้มากกว่า  1  วิชา  และในทำนองเดียวกัน  วิชาหนึ่งวิชาสามารถมีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนได้หลายคน
4. องค์ประกอบของฐานข้อมูลมีกี่อย่าง อะไรบ้าง และเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลอย่างไร อธิบายอย่างละเอียด
องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล
ระบบฐานข้อมูลโดยทั่วไป  จะเกี่ยวข้องกับ 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1.1  ข้อมูล (Data)  ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล    ข้อมูลในแต่ละส่วนจะต้องสามารถนำมาใช้ประกอบกันได้  เช่น เมื่อแพทย์รักษาผู้ป่วย จะอาศัยข้อมูลจากประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย  แต่ในกรณีที่ต้องการติดต่อญาติผู้ป่วย ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ไม่ปรากฏอยู่ในประวัติการรักษาพยาบาล ทางโรงพยาบาลสามารถนำชื่อผู้ป่วยไปค้นหาชื่อญาติ ในทะเบียนผู้ป่วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บชื่อญาติผู้ป่วยไว้ในประวัติการรักษาพยาบาลแต่อย่างใด

1.2  ฮาร์ดแวร์  (Hardware)  เป็นอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล
1.3  ซอฟท์แวร์ (Software)  ในการติดต่อกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลของผู้ใช้  จะต้องกระทำผ่านโปรแกรมที่มีชื่อว่าโปรแกรม Database Management System (DBMS)
            1.4  ผู้ใช้ระบบฐานข้อมูล (User)  เป็นผู้ที่เรียกใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลมาใช้งาน


 5. อธิบายหน้าที่ของระบบฐานข้อมูลแบบคร่าวๆพอเข้าใจง่ายๆ
ซอฟต์แวร์ ระบบฐานการจัดการฐานข้อมูลที่ดีจะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาความไม่สมบูรณ์ ไม่คงเส้นคงวาของข้อมูลและทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องไม่ขัดแย้งกันได้ จึงต้องมีหน้าที่ให้ครอบคลุมหลาย ๆ ด้าน ดังนี้ 

1.หน้าที่จัดการพจนานุกรมข้อมูล
ในการออกแบบฐานข้อมูลโดยปกติ ผู้ออกแบบได้เขียนพจนานุกรมข้อมูลในรูปของเอกสารให้กับโปรแกรมเมอร์โปรแกรมเมอร์จะใช้ซอฟต์แวร์ระบบการจัดการฐานข้อมูลสร้างพจนานุกรมข้อมูลต่อไปและสามารถกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างตาราง  เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลจำเป็นต้องเปลี่ยนที่พจนานุกรมข้อมูลด้วย โปรแกรมเมอร์สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลได้ทันที ต่อจากนั้นจึงให้พจนานุกรมข้อมูลพิมพ์รายงาน พจนานุกรมข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วเป็นเอกสารได้เลยทันที่ โดยไม่ต้องแก้ไขที่เอกสาร

2.หน้าที่จัดการแหล่งจัดเก็บข้อมูล 
 ระบบ การจัดการฐานข้อมูลที่ทันสมัยจะไม่ทำหน้าที่เพียงจัดการแหล่งจัดเก็บข้อมูล เท่านั้น แต่ยังเพิ่มหน้าที่ที่เกี่ยวกับการสร้างฟอร์มป้อนข้อมูลเข้าหรือกำหนดแบบจอ ภาพ แบบรายงาน หรือแม้แต่การตรวจสอบข้อมูลนำเข้าว่าถูกต้องหรือไม่ และจัดการเรื่องอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
3.การเปลี่ยนรูปแบบและการแสดงผลข้อมูล
                        การเปลี่ยนรูปแบบและการแสดงผลข้อมูล เป็นหน้าที่สำหรับเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าไปเป็นโครงสร้างข้อมูลจะจัด เก็บ ซึ่งอยู่ในมุมมองทางกายภาพ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ระบบจัดการฐานข้อมูลทำข้อมูลให้เป็นอิสระจากโปรแกรมประยุกต์ได้
 4.จัดการด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ระบบ จัดการฐานข้อมูลทำหน้าที่รักษาความมั่นคง ความปลอดภัยของข้อมูล การไม่ยินยอมเข้าถึงข้อมูลจากผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใช้ฐานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานข้อมูลประเภทผู้ใช้หลายคน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้แต่ละคนใช้คำสั่ง เพิ่ม หรือลบ ปรับปรุงข้อมูลได้เป็นรายคนหรือรายกลุ่ม
5.ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้  
การ ควบคุมการเข้าถึงข้อมูล เป็นการทำหน้าที่ให้ผู้ใช้เข้าใช้ได้หลาย ๆ คนในเวลาเดียวกันโดยไม่ทำให้เกิดขัดข้องของข้อมูล ซึ่งจะเน้นกฎความสมบูรณ์ของข้อมูลและการใช้ข้อมูลพร้อมกัน
 6.สำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูล
การสำรอง ข้อมูลและการกู้คืนข้อมูล เป็นหน้าที่ที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ผู้ใช้ระบบฐานข้อมูลมั่นใจว่าข้อมูล ที่จัดเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้เสียหาย ยังมีความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้ที่เป็นผู้บริหารฐานข้อมูลสามารถใช้คำสั่งสำรองข้อมูลและคำสั่งกู้คืน ข้อมูลได้
7.จัดการด้านบูรณภาพของข้อมูล
 เป็น ข้อกำหนดให้มีกฎความสมบูรณ์เป็นบูรณภาพ โดยจะให้มีข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันให้น้อยที่สุด แต่ให้มีความถูกต้องตรงกันให้มากที่สุด เพราะในระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะมีหลาย ๆ ตารางที่สัมพันธ์กันตารางที่เกี่ยวข้องกันจะขัดแย้งกันไม่ได้ 
8.เป็นภาษาสำหรับจัดการข้อมูลและจัดสร้างส่วนประสานกับผู้ใช้
ระบบจัดการฐานข้อมูลจัดให้มีภาษาสำหรับสอบถาม  เป็นภาษาที่เขียนเข้าใจง่ายไม่เหมือนภาษาชั้นสูงประเภท Procedural ทั่วไป ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมภาษาระดับสูงเขียนคำสั่งเข้าไปสอบถามข้อมูลหรือประมวลผลสารสนเทศได้ตามต้องการ
9.เป็นส่วนประสานกับผู้ใช้ในด้านการสื่อสารฐานข้อมูล
ระบบการจัดการฐานข้อมูลสมัยใหม่จะสนับสนุนการทำงานแบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเขียนคำสั่งด้วยโปรแกรมที่ทำงาน

ภาษากูยน่าสนใจ

คำสนทนาทั่วไป
ไง แหน หมวง จา โดย นะ มลอ แปลว่า วันนี้คุณกินข้าวกับอะไร

 ไฮ จาโดย นะ อากาทอด แปลว่า กินข้าวกับทอดปลา
 หมวง เกอด ปละ ตาง ออน ไฮ หยืม เถ แปลว่าคุณมีเงินให้ผมยืมไหม
 เถ ไฮ ปะ เกอด ปละ ตาง เอ๊อะ แปลว่า ผมไม่มีเงินให้คุณยืมหรอก
 ไง แหน หมวง จี ถีว นะ ไฮ เถ แปลว่า วันนี้คุณไปเที่ยวกับผมไหมครับ
 ไฮ จี เฮย ไง แหน ไฮ วาง พอดี แปลว่า ไปครับ วันนี้ผมว่างพอดี
 กะมอน หมอง จา โดย นะ มลอ บืน กานับ ออ แปลว่า สาวครับ คุณทานข้าวกับอะไรจึงได้สวยจังเลย
ไฮ จา โดย นะ ปนอากาเฉาะ นะ ผัก แปลว่า ฉันทานข้าวกับน้ำพริกปลาช่อนและผัก
    
     คำทักทาย
หมวง เจา รู เหนีย แปลว่า คุณมาจากไหน
หมวง เจา นะ กา ดาย แปลว่า คุณมากับใคร
หมวง กู เซาะ เหนีย แปลว่า คุณอยู่บ้านไหน
หมวง เจา บวย มลอ แปลว่า คุณมาหาอะไร
หมวง เจา บวย กะ ดาย แปลว่า คุณมาหาใคร
หมวง กอน กะ ดาย แปลว่า คุณเป็นลูกใคร
ใช้ชีวิตประจำวัน
จีเหนีย         ไปไหน
หวัวมลอ       ทำอะไร
จีเหนียเจา     ไปไหนมา
ไฮหมักหมวง  ฉันรักเธอ
ไฮกะอิหมวง   ฉันเกลียดเธอ
แอเจาแหน       เอามานี่
ออนนึ              ขอหน่อย
บึกหยูลรือด๋อง  ตื่นนอนหรือยัง
จีหรีนเถไงแหน  ไปเรียนไหมวันนี้
จีแอเดี๊ยะเจาออนหง๊อกนัง   ไปเอาน้ำมาให้กินหน่อย